ชีวิตของด.ช.ตะวัน หลังครูสาวไปเยี่ยมบ้าน ล่าสุดผู้ว่าฯ ยื่นมือช่วยแล้ว - ข่าวไทย

Breaking

Wednesday, July 15, 2020

ชีวิตของด.ช.ตะวัน หลังครูสาวไปเยี่ยมบ้าน ล่าสุดผู้ว่าฯ ยื่นมือช่วยแล้ว

ชีวิตของด.ช.ตะวัน หลังครูสาวไปเยี่ยมบ้าน ล่าสุดผู้ว่าฯ ยื่นมือช่วยแล้ว

จากภาพสุดสงสารของเด็กชายคนหนึ่ง ในจังหวัดจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ชาวเน็ตให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ครูสาวได้ออกเยี่ยมบ้านนักเรียน แต่กลับพบว่าบ้านของนักเรียนคนนี้อยู่ไกลจากชุมชนมาก ต้องเดินผ่านห้วยเหว รวมไปถึงถนนที่เป็นโคลน เข้าไปลึกมากๆ

โดยครูสาวเล่าว่า เด็กชายตะวัน แก้วดำ สตอรี่ของเด็กชายตัวเล็ก เรื่องเล่าเย็นวันจันทร์ ครูออกเยี่ยมบ้าน เด็กชายตะวันอาสาพาครูเมย์และครูเจินไปเยี่ยมบ้านของเพื่อนๆในระแวกบ้านใกล้เคียงของตัวเอง เราออกเดินทางไปยัง บ้านสวนปราง ต.คลองสระ เวลา 16.00 น. เราผ่าน ห้วย เหว ภูเขาลำเนาไพร รวมถึงข้ามน้ำข้ามคลองกัน จนเยี่ยมบ้านหลังที่ 1 2 3 4 และ 5 สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ถึงเวลาต้องไปส่งเด็กน้อยที่อาสาพาครูไป

บทสนทนา ระหว่างทางไปบ้านของตะวัน

ครูเมย์ : บ้านตะวันอยู่ใกล้มั้ยคะ ( คำแรกที่ครูผู้หญิง 2 คน กับรถเก๋งโหลดต่ำคู่ใจถาม )

ตะวัน : ครูครับ เดี๋ยวครูส่งผมที่ถนนลาดปูนก็พอ รถครูต่ำมันขึ้นไม่ได้แน่ ถนนก็ลำบาก ขึ้นควนลงควนเลยครู ไกลอีก

ครูเจิน : แล้วตะวันอยู่กับใคร

ตะวัน : พ่อกับแม่ครับ

ครูเมย์ : พ่อกับแม่ทำงานอะไร แล้วทำไมมาอยู่ในหุบเขาแบบนี้

ตะวัน : พ่อกับแม่รับจ้างครับ มาอยู่บนนี้ไม่มีค่าเช่าบ้าน แต่ไม่มีไฟใช้ครับครู

ครูเมย์ : ไฟเข้าไม่ถึงเหรอ

ตะวัน : คนก่อนที่มาอยู่เขาไม่จ่ายค่าไฟครับ เขาบอกแม่ว่า ถ้าอยากใช้ไฟต้องเอาตังค์ไปจ่ายเกือบ 2,000 ครับ

ครูเมย์และครูเจินเงียบกันไปพักหนึ่ง และเมื่อเราทั้งสองคนตัดสินใจกันแล้วว่า ไกลแค่ไหนต้องไปให้ถึง ให้เห็นกับตา ถึงลำบากก็ไม่กลัว

ตะวัน : ถึงแล้วครับบ้านผม

ครูเมย์ : สองข้างทางมีแต่ป่ากับภูเขา ไม่เห็นบ้านสักหลัง ฝนก็เริ่มตกหนัก

ตะวัน : รถลงไม่ได้ครับ ต้องเดินเข้าไป บ้านไม่มีไฟ ครูกลับก่อนก็ได้ ไม่เป็นไรครับ

ครูเจิน : ไป มาแล้วต้องไปให้ถึง เราสองคนเดินเท้าลงไป ลงเขา ขึ้นเขา ทางลาดชัน ฝนตกโปรยๆ ต้องหลบหลีกทางที่ลื่นไหล จนถึงบ้านตะวัน

ครูเจิน : ไม่มีใครอยู่เลย ไปไหนกันหมด ( ขณะนั้นเวลา 18.20 น. )

ครูเมย์ : ทำไมแม่ไม่หาบ้านเช่าแถวๆโรงเรียนล่ะตะวัน

ตะวัน : หาแล้วครับ 3 วันแล้ว ไม่มีบ้านว่างเลย ที่มีก็เดือนละ 2,000-3,000 บาท บางวันแม่มีไม่ถึงร้อยครับครู

ครูเมย์ : ลูกเอ๋ย ตั้งใจเรียนนะตะวัน สักวันเราต้องมีในสิ่งที่เราไม่เคยมี เห้อ เด็กที่ตั้งใจเรียนหนังสือ โตขึ้นจะได้มีงานดีดีทำนะ

ครูเจิน : ลูกเอ้ยยย

ตะวัน : ก่อนเปิดเทอมแม่พาผมไปซื้อรองเท้า มีตังค์ไปไม่พอ เห็นราคาแล้วก็แค่กลับบ้านครับ ( น้ำตาของเด็กผู้ชายคนหนึ่งไหล พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เจอมาด้วยความหดหู่ใจ )

ครูเมย์ : ได้เงินมาโรงเรียนวันละเท่าไหร่ตะวัน

ตะวัน : 30-40 บาทครับ บางวันก็

ครูเมย์ : วันไหนไม่มีตังค์กินขนมมาเอาจากครูนะ

ครูเจิน : เราไปรอแม่ที่รถครูดีกว่า น่าจะปลอดภัยด้วย 18.50 น. พ่อแม่ของตะวันกลับจากไปรับจ้างขึ้นสะตอ ขับรถสวนทางกัน ความมีน้ำใจของพ่อ ส่งสะตอให้ครู พร้อมกับยิ้มแล้วบอกว่า ขอบคุณครับที่มาส่งลูก


เรื่องราวเหล่านี้สอนให้รู้ว่า เลือกเกิดไม่ได้ แต่สิ่งที่จะทำให้เราก้าวเดินไปข้างหน้าได้นั่นคือ โอกาส โอกาสแรกคือ การเลี้ยงดูและส่งให้เรียนหนังสือ จากผู้เป็นพ่อและแม่ โอกาสที่สองคือ ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สอง ที่คอยให้ความรู้ สอน เรียน เขียน อ่าน ด้านการศึกษา ส่วนโอกาสที่สาม มาจากความมานะ พยายาม ของเด็กชายตะวัน ผู้ซึ่งเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ แม้วันนี้โอกาสดีดีหลายๆเรื่องอาจจะยังมาไม่ถึง แต่ครูขอเป็นกำลังใจ แรงใจ ในการส่งเธอให้ถึงฝั่งอีกก้าวหนึ่ง โดยขอรับบริจาคเสื้อผ้านักเรียน กางเกงนักเรียน รองเท้า ถุงเท้า จากผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ให้น้อง ด้วยคำว่า โอกาสที่มอบด้วยใจ จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะคะ ติดต่อทางแชทครูเมย์ได้เลยค่ะ ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้กับเด็กชายตะวัน

ล่าสุด ครูสาวคนดังกล่าวได้อัพเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับเด็กชายตะวันอีกว่า ขอขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ว่าที่ร้อยโทสมชายเรืองจันทร์ นายอำเภอกาญจนดิษฐ์ นายธรรมรงค์ มณีโชติ นายกองค์การบริหารตำบลคลองสระ คณะผู้บริหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาฯหัวหน้าส่วนและพนักงานส่วนตำบล ที่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นกับเด็กชายตะวัน เเก้วดำ และเด็กหญิงเสาวลักษณ์ อินทร์พรหม ในครั้งนี้ คณะครูโรงเรียนบ้านคลองสระ

โพสต์ดังกล่าว


No comments:

Post a Comment