ลุงพลท้าสาบาน เข้าเครื่องจับเท็จ แม่น้องชมพู่จับพิรุธขนเงาะ - ข่าวไทย

Breaking

Wednesday, July 8, 2020

ลุงพลท้าสาบาน เข้าเครื่องจับเท็จ แม่น้องชมพู่จับพิรุธขนเงาะ



เมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 ที่ผ่านมา นายนรินทร์ หลาบโพธิ์ น้าของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ตนคุยกับพ่อแม่ ญาติ ๆ ตอนนี้ต้องดูหลักฐานที่ตำรวจมีว่ามีอะไรมาบ้างเพื่อจะจับคนร้าย กรณีการสงสัยลุงพล ตนเองก็ได้คุยกับนางสมควร คุยกับแม่ชมพู่
ทั้งนี้ปัญหาคือ ตำรวจต้องการให้เราบอกให้ชัดเจนว่าวันที่ 11 พ.ค.63 ไปไหน ทำอะไรบ้าง แต่ลุงพลยังมีเวลาที่หายไปอยู่ว่าไปที่ไหน ทำอะไร โดยเป็นเวลาช่วงที่ไปรับพระ กับช่วง 14.00 น. ตามที่แม่น้องชมพู่บอก
นายนรินทร์ ระบุว่า ตนไม่ได้สงสัยเลยว่าลุงพล จะเป็นคนร้าย ไม่ได้คิดว่าลุงพลจะก่อเหตุ การมาค้นบ้าน ค้นรถ ตนเองก็คิดว่าเป็นไปตามกระบวนการของตำรวจ ซึ่งการมาค้นลุงพล อาจจะมาจากการให้สัมภาษณ์บ่อยครั้ง หรือเป็นเขยคนโต ตนพูดได้ว่าตนไม่ได้สงสัยใคร ตนไม่ได้มีเรื่องอะไรมาก แค่รอดูข้อมูลในวันที่น้องชมพู่หายไปว่าใครทำอะไร ที่ไหน
เรื่องประกันตัวตนคิดว่ากรณีลุงพล หากมีการคุยกัน มีเหตุและผล ญาติคุยกัน โดยเฉพาะป้าแต๋นว่าจะเห็นอย่างไร อย่างน้องลุงพล คือ ญาติเรา ก็คงไปประกันตัว หากเป็นพ่อน้องชมพู่ ตนขอพูดเลยว่าคนในครอยครัวถูกจับ ตนก็ให้ขึ้นอยู่กับครอบครัวของคนนั้น ๆ ว่าต้องการอะไร และดูหลักฐานเป็นหลัก ก็คงประกันเหมือนกัน
แต่หากมองอีกมุม หากคนนั้นที่เป็นญาติเป็นคนร้าย ตนเองก็คงปล่อยให้ได้รับกรรมตามการกระทำ สุดท้ายมันขึ้นอยู่กับพี่สาวตนทั้ง 2 คน พี่น้อง 5 คน ตอนนี้ตนยังบอกได้ว่า มันไม่ต้องเคลียร์ใจอะไรกัน เพราะเราก็เป็นพี่น้อง ไปมาหาสู่ปกติ แค่บางครั้งตอนนี้ยังไม่สะดวกคุยกัน สายเลือดโกรธกันแค่ไหนก็ตัดกันไม่ขาด
นางสมควร หลาบโพธิ์ ยายน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ตนเองก็ยังเครียด กังวล ยังหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ ตนกับสามีก็ยังไม่ได้คุยอะไร คิดแต่อยากให้เรื่องผ่านพ้นไปเสียที วันที่ตนจะสบายใจได้คงเป็นวันที่ได้ตัวคนร้าย
ทั้งนี้ที่ผ่านมาตนเองไม่เคยคิดสงสัยคนในครอบครัวคนไหน ไม่เคยมีแม้แต่ชื่อใครที่เข้ามาในความคิด ส่วนหากมีการจับจริง ๆ ตนคงมานั่งคิดว่า คนนั้นไปทำอย่างไร ทำตอนไหน จะใช่หรือไม่ ตนก็กังวล
ตนไม่รู้ว่าลุงพลทำจริงหรือไม่ เพราะก็ไม่ได้อยู่ด้วย แต่ในใจก็ยังมั่นใจว่าไม่ได้เป็นคนร้าย ตนจะเชื่อว่าลุงพลเป็นคนร้ายต่อเมื่อวันที่ลุงพลออกมายอมรับว่า ผมคือคนร้าย ตนเองก็ดีใจที่หมอปลาเข้ามาช่วยเหลือครอบครัวตน หากลุงถูกจับ ตนก็ขอขอบคุณมาก ๆ ที่มาช่วยครอบครัว ยอมรับว่าเรื่องประกันตัวเป็นเรื่องทำให้ครอบครัวเครียด เพราะตนคิดไปอีกมุมหนึ่ง หากจับจะเอาที่ไหนประกันตัว ตอนนี้อีกสิ่งหนึ่งคือ อยากให้ลูกหลานเข้าใจกันเหมือนแต่ก่อน ยอมรับว่าครอบครัวตนทะเลาะกันแล้ว มันไม่ดีหมือนแต่ก่อนแล้ว
น้องชมพู่เคยเดินมาบ้านตน สามารถเดินมาเองได้ น้องไม่เคยหายไปไหนนาน ๆ จะมีเดินมาบ้านตน และพี่สาวน้องชมพู่ก็เดินตามมา ไม่เคยแวะไปบ้านคนอื่น จะมีที่เดียวที่หลานมา พอมาเห็นตายายก็แค่หยอกล้อ แล้วน้องชมพู่ก็เดินกลับ แต่บ้านป้าแต๋นไปไม่ได้แน่นอน หากอยากไปจะเรียก "บ้านแต๋น ๆ" หากไม่มีใครพาไปก็ไปไม่ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากฝากไปถึงลูก ๆ คือ อยากให้มาคุยกัน มาคุยกับพ่อแม่ ตนไม่ได้ลำเอียง เป็นกลางให้ทุกคน หากลุงพลก่อเหตุจริง แล้วออกมายอมรับ ตนก็คงปล่อยให้รับโทษไป
นายไชย์พล วิภา ลุงของชมพู่ เปิดเผยว่า ประเพณีเรื่องการรดน้ำหน้าศพ ตนคิดว่าหากคนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็น่าจะไปส่งลูกเป็นครั้งสุดท้าย เพราะมันคือครั้งสุดท้ายที่จะได้เห็นหน้าลูก
เรื่องการเผาเสื้อผ้า ยอมรับว่ามีประเพณีนี้จริง ซึ่งทำได้หลายแบบ จะบริจาคหรือจะเผาได้ทั้งหมด ซึ่งกระสอบที่เผาตนก็ไม่ได้ทันสังเกต หากคนร้ายแฝงตัวนำหลักฐานไปเผา ตนไม่อยากจะคิดว่าจะเป็นอย่างนั้น ตนเองออกมาตอบโต้เพราะพ่อแม่ชมพู่ ตนย่อมมีสิทธิ์สงสัยพ่อแม่ชมพู่ได้ ตนคิดทบทวนแล้วว่าควรหรือไม่ควรพูดบ้าง
กรณีพ่อชมพู่ ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่เมื่อสงสัยไทม์ไลน์ของตน พ่อชมพู่มีพยานหรือไม่ หากมีพยานแต่ไม่มีคนเฝ้า คนจะพูดอย่างไรก็ได้ ส่วนกรณีน้าแต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตนเองไม่ทราบว่าหมายถึงใคร ตนไม่ได้ติดตาม แต่หากโพสต์ประมาณนี้ แสดงว่าในใจคงจะมีอะไร ตนท้าขอให้มีการใช้เครื่องจับเท็จมาตรวจทุกฝ่าย เพื่อพิสูจน์ความจริง วันนี้ตนยังภูมิใจที่พ่อตาแม่ยาย ยังเห็นความดีที่ตนทำและมั่นใจในตัวของตน
นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา พ่อแม่น้องชมพู่ กล่าวถึงประเด็นเรื่องเงาะ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ข้อมูลว่าลุงพลและป้าแต๋น ให้การไม่ตรงกันเรื่องการวางถุงเงาะในบ้านลุงพล ช่วงวันที่ 11 พ.ค.63 นั้น ประเด็นนี้ตนก็ไม่ทราบข้อมูลจริง ๆ
แต่ในส่วนของตนและสามี ก็ให้การกับเจ้าหน้าที่ตรงไปตรงมาตลอด เวลาตำรวจสอบพวกตนก็ให้พวกตนสอบแยกห้อง และสอบเสร็จตนก็ไม่เคยสอบถามสามี ว่าแต่ละวันเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบอะไรบ้าง
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 นักข่าวได้รับการชี้แจงจาก นายไชย์พล วิภา ลุงของน้องชมพู่ เพื่อเคลียร์ครบทุกประเด็น เปิดเผยว่า กรณีการสงสัยไทม์ไลน์ของตน ตนก็ชี้แจงไปทั้งหมดแล้วแต่หากพยานคนไหนจะออกมาบอกไม่ตรงกัน ตนก็ไม่สามารถไปบังคับหรือห้ามได้ แม้แต่พระอาจารย์บุญมา ตนก็คงตอบไม่ได้เช่นกันว่าทำไมท่านจึงยืนยันว่าตนรู้เรื่องชมพู่มาก่อนแล้ว ตนไม่รู้ว่าท่านไปทำอะไรที่ไหนมา จึงทราบว่าน้องชมพู่หาย แต่ตนยืนยันว่าขณะขึ้นไปบนวัด ตนยังไม่ทราบว่าหลานหายไปแน่นอน รวมทั้งคนที่อยู่บนวัดทุกคน

ส่วนจากนี้ใครจะว่าอย่างไร ตนก็คงห้ามความคิดไม่ได้ ปล่อยให้เป็นไปตามนั้น และตนยืนยันได้เพียงว่าตนไม่ใช่คนร้าย ยังคงยืนยันไทม์ไลน์ของตนเหมือนเดิม และช่วงเวลาเพียงสั้น ๆ หากคิดว่าสามารถก่อเหตุอะไรได้ ตนอยากให้ลองมาทดสอบดู ตนไม่มีความกังวลเรื่องนี้ แต่มีผลต่อความศรัทธาต่อองค์ท่าน หากพระถือศีล 5 ข้อไม่ได้ ก็ไม่รู้จะต้องว่าอย่างไร หากแม่ชมพู่สงสารคนอื่น มากกว่าญาติตัวเอง ไม่ต้องไปหาคนร้าย ให้มาสงสัยคนในครอบครัว อีกอย่างตนไม่ได้เสนอตัวว่าจะต้องทำอะไร แม้วันที่ไปส่งศพชันสูตร ตนก็เป็นคนที่พาไปส่งที่กรุงเทพฯ โดยพ่อแม่เด็กก็ไม่ไป
ทั้งนี้ตนไม่ต้องเสนอตัวไปทำเพื่อน้อง คนเป็นพี่เป็นน้องกัน ควรจะยื่นมือมาช่วย ซึ่งตนก็ทำแบบนั้น ตนเต็มใจช่วยน้องชมพู่มาตลอด หากตนเป็นคนร้าย ตนรับผิดไปนานแล้ว ไม่ต้องให้ชาวบ้านลำบากขนาดนี้ ยืนยันว่าวันที่หลานหายตัวไป น้องสะดิ้งยังไม่มาที่บ้านตน ตนไม่รู้ใครเอาไปพูด ยืนยันว่าตนยังไม่เจอน้องสะดิ้ง ตนเองขอท้าสาบาน หากตนกระทำผิดขอให้ "ชิบหาย" และกล้าท้าสาบานให้แม่น้องชมพู่ไปสาบานที่วัดพระแก้ว ไม่ต้องให้ตาย แค่ชิบหายก็พอ
ส่วนพ่อน้องชมพู่ หากเขาจะมีพยานก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ตนก็มีสิทธิ์ที่จะสงสัย ซึ่งก็ต้องไปชี้แจง ตนทุกข์ขนาดไหน ลำบากขนาดไหน ตนก็ช่วยมาตลอด ยอมรับว่าเสียใจมาก โดยเฉพาะกรณีแม่น้องชมพู่บอกว่า กลัวอันตรายเมื่อหลานอยู่กับตน ยืนยันว่าไม่คิดทำกับหลาน หากมีอารมณ์ไปร้านอาหารดีกว่าไหม ความคิดแบบนี้แย่มากหากมาสงสัยตน
อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่ารักหลานมาก การทำแบบนี้มันคือการดูถูก ดูแคลน ไม่ให้เกียรติ ตนอยากให้ย้อนดูว่าที่ผ่านมาพ่อแม่ชมพู่ ดูแลลูกได้ดีขนาดไหน ที่ผ่านมาเขาไปทำงานด้วยกันตลอด ไปกัน 2 คน มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว ซึ่งน้องสะดิ้ง ต้องเลี้ยงน้องชมพู่ตลอด
เรื่องเงิน 3,000 บาท ตนไม่ต้องสาบาน ให้แม่น้องชมพู่คิดดี ๆ ว่ารับซองเงินจากตนหรือไม่ ตนคืนเงินให้อีก 2,500 บาท เป็นเงินที่แม่ชมพู่ให้ไป ซึ่งแม่น้องชมพู่จำไม่ได้ไม่เป็นไร ตนเองถือว่าตนทำทานไปแล้ว และตนเองอยากถามที่พ่อแม่น้องชมพู่ไม่ขึ้นเขา ไม่รู้ว่าวันที่ไปค้นหาชมพู่ตอนขึ้นเขา ซึ่งตนอยากถามว่า ที่พ่อแม่ไม่ขึ้น เพราะไปเห็นอะไรมาหรือเปล่า คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ควรขึ้นไปเชิญดวงวิญญาณลูก





No comments:

Post a Comment