ตำรวจพูด พูดแล้ว หลังแม่สารภาพเรื่องลูก - ข่าวไทย

Breaking

Friday, July 10, 2020

ตำรวจพูด พูดแล้ว หลังแม่สารภาพเรื่องลูก

ตำรวจพูดถึงน้องสะดิ้ง

ความคืบหน้าคดีน้องชมพู่ว่า ช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา น้องสะดิ้ง พี่สาวน้องชมพู่ เคยให้การว่า ในวันเกิดเหตุนั้น ตัวเองนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ภายในบ้าน และเห็นน้องเล่นบนถนนโดยตลอด จากนั้นก็เผลอหลับไปในช่วงเวลาที่น้องหายตัวไปพอดี

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในแก๊งจำปาใหญ่ หรือกลุ่มเด็กที่เล่นอยู่ที่ต้นจำปาในวันนั้น ได้เล่าเหตุการณ์อีกครั้งหนึ่งว่า ตอนนั้นที่เล่นใต้ต้นจำปา มีประมาณ 6 คน ไม่มีเห็นการเคลื่อนที่คนร้าย ไม่เห็นลุงพล และรถลุงพล ผู้ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น ส่วนน้องสะดิ้ง นอนเล่นโทรศัพท์โดยที่หันหลังให้น้องชมพู่อยู่ ไม่แน่ใจว่า หลับหรือไม่หลับ

ส่วนน้องเชอรี่ (นามสมมติ) กล่าวว่า ในวันนั้น ตนไม่แน่ใจว่าน้องสะดิ้งหลับหรือไม่ เพราะนอนอยู่บนแคร่ในลักษณะคว่ำหน้า ไม่มีหมอน ตนไม่ได้สนใจอะไร มารู้ตัวอีกทีตอนที่สะดิ้งมาถามว่า เห็นน้องชมพู่ไหม กรณีน้องชมพู่ ก่อนหน้านั้นตนเห็นเล่นคนเดียวกับผลมะม่วงจริง แล้วก็ไม่เห็นใครเข้าออก ไม่เห็นญาติคนไหน ไม่เห็นคนใส่เสื้อส้ม

ทั้งนี้ เรื่องการห้ามบอกน้องสะดิ้งนอนหลับหรือไม่ ทางแก๊งก็ไม่เคยได้คุยกัน กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา แก๊งจำปาคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ถูกสั่งห้ามบอกว่าสะดิ้งตื่นหรือหลับ พอย้อนกลับไปวันนั้น ตนเป็นคนเดียวที่ช่วยเดินตามหาน้องชมพู่กับสะดิ้งในครั้งแรก เห็นสะดิ้งดูซึม ๆ ไม่ได้ดูแปลก เพียงแค่พูดว่า น้องหายแม่จะดุ

ต่อมา น้องบลู (นามสมมติ) หนึ่งในแก๊งจำปาที่เล่นตรงใกล้จุดน้องชมพู่หายตัว เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุน้องสะดิ้งไม่ได้นอนหลับ แต่เห็นนอนคว่ำหน้าเล่นโทรศัพท์หน้าบ้านตัวเอง จากนั้นวันถัดมา น้องสะดิ้งก็มาพูดกับตนว่า แม่บอกว่า ขอให้ตัวเองโกหกนักข่าวว่า ตอนที่ชมพู่หาย ตัวเองนอนหลับอยู่ แล้วขอให้ตนกลับคำให้สัมภาษณ์ บอกว่า น้องสะดิ้งหลับตอนที่น้องชมพู่หายตัวไป

เรื่องนี้ตนเก็บในใจมานานมาก ไม่กล้าบอกครอบครัวเพราะกลัวมีปัญหากับน้องสะดิ้ง แต่พอตนบอกเรื่องนี้กับแม่ ก็รู้สึกสบายใจขึ้นที่ได้พูดความจริง

ขณะที่ พ.ต.อ. สุรโชค เจษฎาเดช ฉายาสารวัตรแรมโบ้ อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล กล่าวถึงกรณีนี้ว่า หากเรื่องที่แม่สั่งให้น้องสะดิ้งโกหกว่าหลับเป็นความจริง เรื่องนี้มีผลทางคดีแน่นอน และการที่เด็ก ๆ แก๊งจำปายอมเปิดเผยเรื่องนี้ เท่ากับว่า รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือใคร ดังนั้น จึงอยากให้ตำรวจตรวจดีเอ็นเอ แม่ พ่อ น้องสะดิ้ง และน้องชมพู่ ว่ามีความสัมพันธ์ในครอบครัวอย่างไรบ้าง

ตอนนี้คดีถึงทางตัน แม่น้องชมพู่น่าจะบอกความจริงว่า วันนั้นเกิดอะไรขึ้น คนเราโกหกคนอื่นได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้

ด้านนางสมพร วิภา หรือ ป้าแต๋น กล่าวว่า ขอบคุณที่ชาวบ้านยอมเปิดปากว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเรื่องที่สะดิ้งไม่ได้หลับเป็นความจริง ก็ต้องถามว่า มันเกิดอะไร ทำไมต้องโกหก ที่สำคัญคือ ถ้าเป็นแบบนี้ ช่วงเวลาที่ชมพู่หายคือ 08.50-09.01 น. จะเป็นความจริงหรือเปล่า หรือเป็นเวลาที่กำหนดขึ้นมาเอง


No comments:

Post a Comment