ศบค.เต้น! สั่งแจงสถานทูต หลังคณะทูต-ทหาร ติดโควิด คุมเข้มชายแดน - ข่าวไทย

Breaking

Monday, July 13, 2020

ศบค.เต้น! สั่งแจงสถานทูต หลังคณะทูต-ทหาร ติดโควิด คุมเข้มชายแดน

เพิ่มมาตรการ 01

ศบค.มอบ กระทรวงการต่างประเทศ ทำความเข้าใจทุกสถานทูต จ่อ เพิ่มมาตรการกักตัว 14 วัน หลังพบเคส ดญ.9 ปี-ลูกเรือทหาร มาจาก ตปท. ยอมรับ เป็นข้อต่อ ของจุดอ่อน

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ ศบค.ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ตอบข้อซักถามถึงกรณีที่มีข่าวว่านักธุรกิจชาวปากีสถาน บินมาลงสุวรรณภูมิแต่เอกสารไม่ครบทางศบค.จะดำเนินการอย่างไร ว่า

เรื่องนี้มีข่าวในสื่อมวลชนหลายที่โดยเช้า วันเดียวกันนี้ศบค.ชุดเล็กได้ประชุมหารือกันพบว่า ในชุดของคนที่มาทั้งหมดจากปากีสถานเป็นนักธุรกิจ 27 คน และเข้ามาโดยมีเอกสารครบถ้วน พร้อมกับระบบรายงานระหว่างทางการไทย แต่เอกสารที่ส่งระหว่างหน่วยงานไทยด้วยกัน 19 คนมี แต่อีก 8 คนขาดหายไป

ซึ่งเป็นการประสานงานล่าช้าในกลุ่มนี้ 8 คน จึงทำให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น ดังนั้นในที่ประชุม หาหรือว่าเพื่อลดข้อต่อต่างๆ และเพื่อเชื่อมประสานกันให้ดีจะทำให้งานการข่าวหรือการเดินทางเข้ามาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่ใช่เป็นการลักลอบหรือหลบหนี แต่อย่างใดทั้งสิ้น

เป็นเพียงการประสานชุดข้อมูลไม่ทันการณ์ไม่ทันเวลา เกิดความล่าช้าซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็รับไปปรับปรุงแก้ไขจึงขอให้ประชาชนทุกคนได้เข้าใจ ซึ่งเขามีการตรวจโควิดฟรี มาก่อนนั่งเครื่องแล้วจึงพลาดไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีชาวต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ศบค. มีมาตรการคุมเข้มอย่างไร และมีความเสี่ยงในการระบาด โควิด-19 ระลอกใหม่หรือไม่ โฆษก ศบค.กล่าวว่า ศบค.ชุดเล็กหาหรือเรื่องนี้กันมาหลายวัน

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ ตม. และได้ทำงานมาตลอดจนมีรายงานตัวเลข 3,000 กว่าคนเกิดขึ้น และเมื่อมีการตรวจพบก็ได้มีการผลักดันออกไป ซึ่งตัวเลข 2-4 พันคนนี้ เป็นตัวเลขสะสมมาตั้งแต่เดือน มิถุนายน-กรกฎาคม แต่อยู่ในพื้นที่จริงไม่มาก

กรณีอย่างนี้ถ้าพบผ่านเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ก็จะมีการผลักดันออกไปโดยการสนธิกำลังของตำรวจและทหาร พรมแดนทางบกชายแดนไทยกว้างไกลประมาณ 1,000 กว่ากิโลเมตร และแน่นอนว่าบางส่วนก็เป็นญาติกันที่เดินทางไปมาอยู่แล้ว

ซึ่งถ้าพบก็มีการกักกันตัว และผลักดันออกไปแต่ถ้าเข้ามาอยู่ในเมืองตัวเลขหลักร้อยหรือหลักพันก็จะต้องถูกกักขังอยู่ที่ส่วนกลางโดยมีพื้นที่รองรับได้ และหลายรายมาอยู่นานแล้วไม่ใช่เพิ่งเข้ามา ซึ่ง กรมควบคุมโรคได้เข้าประสานเพื่อตรวจเชื้อ

รอทางกฎหมายเพื่อที่จะผลักดันออกนอกประเทศ ทั้งนี้ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กฝาก ทุกคนช่วยเป็นหูเป็นตาตามแนวชายแดนด้วย หากพบบุคคลไม่คุ้นหน้าก็ขอให้แจ้งทางการ เพื่อช่วยนำเข้าไปอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม

เมื่อถามถึงกรณีเด็กหญิงอายุ 9 ปีจากแอฟริกาพร้อมครอบครัวคณะทูต ทำไมจึงสามารถเข้าพักที่คอนโดได้ และยังมีกรณีลูกเรือลงที่อู่ตะเภา แล้วเข้าพักโรงแรมที่จังหวัดระยอง ทำไมจึงทำได้ ศบค. จะมี การทบทวนมาตรการ การกักตัว 14 วันอย่างไร โฆษก ศบค. กล่าวว่า

กรณีนี้เป็นกรณีศึกษาที่เกิดขึ้น เพราะเราได้กำหนดไว้ว่าให้เขาได้รับการกักกันในที่พำนักของบุคคลดังกล่าวภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งหมายความว่าสถานทูตเป็นต้นสังกัด และเราเชื่อใจกัน และเข้าใจว่าสถานทูตก็จะมีพื้นที่มีบริเวณที่เป็นอาณานิคมเป็นพื้นที่ของท่านเราก็ให้เกียรติ

แต่เมื่อมาเจอกรณีอย่างนี้พบว่าสถานที่เขาใช้พำนัก เป็นคอนโดจึงกลายเป็นประเด็นที่เราจะต้องมีการกำชับกัน มีการขอให้ร่วมรับผิดชอบเป็นอย่างดี ซึ่งตรงนี้อาจจะมีมาตรการมากขึ้น ซึ่งทาง พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รองประธานกรรมการ ในคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาผ่อนคลายบังคับใช้มาตรการในการป้องกัน และยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทำความเข้าใจกับทางสถานทูตต่างๆเพื่อขอความร่วมมือในการที่จะทำให้เกิดความเรียบร้อยมากขึ้นกว่านี้ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นการเรียนรู้ไปด้วยกัน และต้องเข้าใจตรงกันว่า กัก 14วัน ในสถานที่กำหนดจริงๆ ไม่ต้องออกมา

ส่วนกรณีลูกเรือที่มาจากทางการทหารของ ประเทศแห่งหนึ่งที่เข้ามาก็เช่นกัน ทุกครั้งที่เข้ามาก็จะมีเอกสารประสานมาอย่างเป็นทางการ โดยบุคคลนี้เป็นผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำซึ่งเป็นลูกเรือและเชื่อมโยงกับทางทหาร

ซึ่งวันนั้นเป็นวันเดียวกับที่ ผบ.ทบ.จากสหรัฐมา เราเห็นความเข้มข้นของเรา แต่มีความแตกต่างในสนามบินที่ลงในพื้นที่ข้อต่อ ในกิจการกิจกรรมต่างๆที่เราจะต้องเข้าไปกำกับติดตาม มีสิ่งที่จะต้องปฏิบัติให้ได้เสมอกันในทุกที่ จึงเป็นข้อเรียนรู้ของพวกเราและคงไม่มีการกล่าวโทษอะไรกับใคร เนื่องจากเขา เข้ามาโดยได้รับการอนุญาตทั้งหมด

ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล ได้สั่งการว่า หากต้องใช้สนามบินอื่นระบบก็ต้องตามไปด้วย โดยเฉพาะขณะนี้มี เที่ยวบินเข้ามามากขึ้น ก็จะต้องลงในรายละเอียด และถือเป็นข้อเรียนรู้ ตนเองในฐานะโฆษกศบค. ก็มีความรู้สึกไม่สบายใจ แต่ชุดข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการประชุมย่อย ศบค. ก็จะถูกนำมาแจ้งให้ทุกคนทราบเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลร่วมกันและตรงกัน

ซึ่งขณะนี้ทีมสอบสวนโรคจะเข้าไปทุกที่ที่เขาสัมผัส ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาด ละเลย หรือตั้งใจในการกระทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นจุดที่จะต้องเรียนรู้ร่วมกันเนื่องจากเป็นข้อต่อเล็กๆน้อยๆ ที่เป็นรายละเอียดปีกย่อย จึงทำให้มีหลากหลายมากมาย

ตอนนี้ยังไม่มีข้อเสียหายอะไรที่เป็นประเด็นแต่ถ้าเราสามารถควบคุมโรคได้ ปิดจุดอ่อนตรงนี้ได้ และนำไปสู่ข้อระเบียบปฏิบัติที่ละเอียดยิ่งขึ้นไป ข่าวดังกล่าวก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่จะทำให้ประชาชนทราบว่า มันใกล้ตัวเรามากเพราะฉะนั้นการจะเกิดการติดเชื้อขึ้นมา ก็ไม่ได้เกินไปกว่าความคิดที่บอกว่า เดี๋ยวจะมีระลอกสอง มันเริ่มใกล้เข้ามาแล้ว ขอให้ทุกๆคนดูแล ตัวเองอย่างดีเพื่อเราจะได้ปลอดโรคปลอดภัยไปนานๆ

โฆษกศบค. กล่าวว่า ในวันพฤหัสที่ 16 กรกฎาคมนี้ เดิมที่จะมีการแถลงข่าว ศบค. ต้องขอเลื่อนไปเป็น ศุกร์ 17 กรกฎาคม แทนเนื่องจากติดภารกิจ ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ กับคณะนายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลสุขค่ะอนามัยของโรงเรียนตชด.


No comments:

Post a Comment