“โบว์”นำทีมนักเรียน ยื่นหนังสือจี้ศธ. ลงโทษครูละเมิดสิทธิเด็ก - ข่าวไทย

Breaking

Friday, July 10, 2020

“โบว์”นำทีมนักเรียน ยื่นหนังสือจี้ศธ. ลงโทษครูละเมิดสิทธิเด็ก














เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 63 ในโลกออนไลน์ได้มีกระแสพูดถึงในวงกว้างหลังจากมีรายงานแจ้งว่า ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง  ในฐานะครู ผู้ปกครอง พร้อมด้วย กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทย และกลุ่มเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย เดินทางเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการศธ.และปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ศธ.ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับครูที่ละเมิดสิทธิ ทำร้าย ล่วงละเมิดทางเพศ กล้อนผมเด็ก และประชาสัมพันธ์สายด่วนการศึกษา1579 รับเรื่องร้องเรียน ทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กไทยทุกคน โดยมีนายประเสริฐ  บุญเรือง ปลัดศธ.  รับเรื่อง


โดยที่ผ่านมามีการลงโทษที่ละเมิดสิทธิเด็กหลายครั้ง อย่างกรณี น.ส.จตุพร คำเอี่ยม ผู้ปกครองนักเรียนหญิงชั้น ม.3 ร.ร.ยางชุมน้อยพิทยาคม จ.ศรีสะเกษ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ลูกสาวถูกครูชายกล้อนผมเพราะเห็นว่าผมยาว และต่อมา ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ ออกมายืนยันว่า ครูทำตามระเบียบของโรงเรียน ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกที่สังคมได้รับทราบว่ามีการกล้อนผมเด็กในโรงเรียน หรือมีการละเมิดสิทธิ ทำร้ายร่างกายและจิตใจนักเรียนในลักษณะต่างๆ

รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา และศธ.ก็มีกฎระเบียบเพื่อคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของนักเรียน เช่น ระเบียบศธ. ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียนปี 2563 ที่ระบุให้นักเรียนไว้ผมยาวได้ และระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษาที่ห้ามลงโทษด้วยวิธีรุนแรงหรือแบบกลั่นแกล้ง

ทั้งนี้ตามระเบียบทรงผม ได้มีการระบุชัดเจนว่าสถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาหรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนอาจวางระเบียบทรงผมที่มีความเฉพาะเจาะจงได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบของกระทรวงฯดังกล่าว และในระเบียบว่าด้วยการลงโทษก็ระบุให้มีการลงโทษได้ 4 สถาน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ หรือทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

จึงเป็นที่ชัดเจนว่าผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวมิได้ควบคุมการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎกระทรวงฯ ทั้งเรื่องระเบียบทรงผมและการลงโทษนักเรียน ครูที่กล้อนผมเด็กได้กระทำความผิดกฎหมายอาญาฐานทำร้ายร่างกาย หากไม่มีการดำเนินการขั้นเด็ดขาด ก็หมายความว่ากระทรวงศึกษาธิการขาดความสามารถในการบริหารระบบการศึกษาที่จะทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยของนักเรียน

ในฐานะครู ผู้ปกครอง และพลเมืองผู้มีหน้าที่ปกป้องสิทธิเด็ก เห็นว่าศธ.จะต้องสามารถรับรองความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและจิตใจของเด็กไทยทุกคนในโรงเรียน ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นต่ำสุด จึงขอเสนอข้อเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการศธ.และปลัดศธ.ได้มีนโยบาย  ดังนี้1. ดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาดในกรณีนี้ และในอนาคตต่อครูที่มีพฤติกรรมละเมิดสิทธิ ทำร้ายร่างกายและจิตใจของเด็กในทุกกรณี 2. ในกรณีที่มีความผิดตามกฎหมายอาญา ให้ศธ.สามารถเป็นที่พึ่ง ด้วยการจัดการให้มีผู้ช่วยแจ้งความหรือฟ้องร้องดำเนินคดีตามความประสงค์ของผู้ถูกละเมิด เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป

3.ประชาสัมพันธ์สายด่วน 1579เพื่อให้นักเรียนทุกคนทราบว่ามีช่องทางที่สะดวกปลอดภัยในการร้องเรียนการละเมิดต่อกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง และ 4.ปรับปรุงระเบียบของกระทรวงในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้มีบทลงโทษต่อครูและผู้บริหารโรงเรียนที่ดำเนินการผิดระเบียบ โดยเฉพาะการลงโทษนักเรียนด้วยวิธีละเมิด เพราะโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคน

ดังนั้น นอกจะขอให้ยกเลิกระเบียบทรงผมแล้ว ขอให้มีการอออกกฎลงโทษ ผู้ที่กระทำรุนแรงกับเด็กด้วย โดยขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อยื่นข้อเรียกร้องดังกล่าวจำนวน 58 คน ซึ่งหาก ศธ.ไม่มีการดำเนินการใดๆ ทางกลุ่มซึ่งจะไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้




No comments:

Post a Comment