อาจารย์หมอจุฬาฯเตือนทันที เจอเคสป่วยโควิดนอก หลุดรอด 2 รายโผล่กทม. ระยอง - ข่าวไทย

Breaking

Monday, July 13, 2020

อาจารย์หมอจุฬาฯเตือนทันที เจอเคสป่วยโควิดนอก หลุดรอด 2 รายโผล่กทม. ระยอง

สืบเนื่องจากที่ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงเหตุข้อมูลผู้ติดเชื้อใหม่ 3 ราย ว่า เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ โดยเดินทางกลับมาจากประเทศคูเวต 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 48 ปี มีอาชีพรับจ้าง , กลับจากบาห์เรน 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 22 ปี ส่วนอีก 1 ราย เป็นลูกเรือเครื่องบินทหาร เดินทางมาจากประเทศอียิปต์ อายุ 43 ปี เข้ามาในประเทศพร้อมคณะลูกเรือทั้งหมด 31ราย จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ และ ปากีสถาน เข้าประเทศไทย ผ่านทางสนามบินอู่ตะเภาเมื่อวันที่ 8 ก.ค.

จากนั้นเข้าพักยังโรงแรมแห่งหนึ่งในระยอง และมีภารกิจบินไปเฉิงตู ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันเดียวกัน ก่อนกลับมาเข้าพักยังโรงแรมเดิมจังหวัดระยอง และวันที่ 11 ก.ค.ทั้งหมดเดินทางออกจากไทย กลับอียิปต์ แต่จ0ากการตรวจคัดกรองอาการลูกเรือ 31รายตั้งแต่วันที่10 ก.ค.ผลตรวจออกมาจากห้องปฎิบัติการ ในวันที่12 ก.ค.พบว่ามีลูกเรือติดเชื้อ 1ราย

“เรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันมากในที่ประชุมศบค.ว่าถึงแม้จะเป็นลูกเรือต่างชาติที่เข้าไทยมาตามข้อกำหนดที่เป็นลักษณะเฉพาะ แต่ปรากฎว่าเมื่อเครื่องบิน บินไปลงที่สนามบินอู่ตะเภา จึงทำให้มาตรการคุมเข้ม ต้องมีข้อที่ต้องทบทวน และต้องปฎิบัติกันใหม่ และต้องถือว่าโรงแรมที่ลูกเรืออียิปต์เข้าพัก เป็นสถานที่ที่พบเชื้อ และจะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคลงไปยังพื้นที่ และพร้อมกันนี้ อธิบดีกรมควบคุมโรค ยังจะได้ออกมาตรการคุมเข้มเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียด


ประการสำคัญโฆษกศบค. ระบุว่า ผลการสอบสวนโรคพบว่า ทีมลูกเรือของอียิปต์ได้ออกจากโรงแรมไปยังสถานที่ต่างๆ ในจ.ระยอง เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่สอบสวนโรคทั้งในพื้นที่และส่วนกลางจะเข้าไปยังสถานที่สัมผัสโรคทุกแห่งที่ลูกเรือเดินทางไป เช่น ห้างสรรพสินค้าในจ.ระยอง โดยหากผู้ใดคิดว่าตนเองมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อขอให้โทรศัพท์เข้าไปที่ หมายเลขโทรศัพท์1422 แต่ตอนนี้ รู้สึกไม่สบายใจกับกรณีที่เกิดขึ้น และถือเป็นสิ่งที่ศบค.จะต้องเรียนรู้ และจัดทำข้อกำหนดให้ละเอียดมากขึ้น


ขณะเดียวกัน นายแพทย์ทวีศิลป์ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่านอกจากลูกเรือเครื่องบินทหารของอียิปต์ ยังพบเคสผู้ป่วยหญิงวัย 9 ขวบติดโควิด โดยเป็นการเดินทางมาพร้อมกับคณะทูตที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย บินจากแอฟริกา เมื่อวันที่ 11 ก.ค. เข้ามาพร้อมครอบครัว 5 คน

โดยมีไทม์ไลน์สำคัญ คือ ออกเดินทางในวันที่ 7 ก.ค. มีตรวจเชื้อก่อนเดินทาง ที่ประเทศซูดาน แต่ไม่พบเชื้อ ถึงประเทศไทยในวันที่ 10 ก.ค. เวลาประมาณ 05.40 น. ผลการคัดกรองพบว่าไม่มีอาการ จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจ ผลปรากฎว่าพบเชื้อ บิดาจึงนำผู้ป่วยเข้าตรวจที่รพ.เอกชน และมีการตรวจซ้ำ ผลคือพบเชื้อเช่นกัน และตรวจพบว่ามีการนำสมาชิกครอบครัวที่เหลือไปพักที่คอนโดแห่งหนึ่งใน กทม. จากนั้นวันที่ 11 ก.ค. ผลตรวจของแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบ จึงได้ส่งตัวต่อไปยัง รพ.ของรัฐ


โดยประเด็นที่ ศบค.พูดคุยกัน คือพบว่า กลุ่มคณะบุคคลที่มีการตรวจพบติดเชื้อโควิดนี้เป็นบุคคลในวงเล็บ 3 คือ คณะทูต หรือ คณะบุคคลที่ได้รับการยกเว้น ดังนั้นเมื่อเดินทางมาถึงก็ให้เกียรติกัน ให้กักกันในพื้นที่ควบคุมดูแลของหน่วยงานต้นสังกัด ไม่น้อยกว่า 14 วัน แต่กรณีกลับพบว่ามีการพาคณะไปพักที่คอนโดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำให้จากนี้ศบค.จึงต้องกำหนดรายละเอียดการกักตัวให้ละเอียดกว่ านี้ และทีมควบคุมสอบสวนโรคจะเข้าไปควบคุมพื้นที่คอนโดดังกล่าวต่อไป

“การกักกันในที่พำนักบุคคลดังกล่าวภายใต้การควบคุมของหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งหมายความว่าให้สถานทูตเป็นต้นสังกัด และเราเชื่อใจกัน เรื่องต่างๆ เหล่านี้ เราเข้าใจว่าสถานทูตจะมีพื้นที่อาณาบริเวณ เป็นอาณานิคม พื้นที่ของท่านก็ให้เกียรติ พอมาเจอแบบนี้สถานที่พำนักกลายเป็นคอนโดขึ้นมา ก็ต้องกำชับกัน มีการขอให้ร่วมกันรับผิดชอบอย่างดี อาจมีมาตรการมากขึ้น โดยกระทรวงการต่างประเทศ จะทำความเข้าใจกับสถานทูตต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือ เพื่อทำให้เกิดความเรียบร้อยมากขึ้น เรียนรู้ไปด้วยกันว่าต้องเป็นแบบนี้ 14 วันในสถานที่ของท่านโดยไม่ต้องออกมา เพียงแต่กรณีนี้ไม่ต้องตกใจเพราะเคสนี้อาการไม่มาก”

ล่าสุด รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “2 รายแล้วนะครับ…ที่ “หลุด” ลูกเรือเครื่องบินทหารจากอียิปต์ และเด็ก 9 ขวบจากทวีปแอฟริกาที่มากับคณะฑูต ขอให้ปลอดภัยและหายดีโดยเร็ว

แต่สำหรับคนไทย…ต้องตื่นตัว ตอนนี้พื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค COVID-19 มี 2 จังหวัดที่ต้องระวังกันมากๆ คือ กรุงเทพฯ และระยอง ช่วยกันใส่หน้ากากเสมอ…ล้างมือ…อยู่ห่างๆ… พูดน้อยลง…พบคนน้อยลงสั้นลง เลี่ยงที่แออัด…หมั่นสังเกตอาการตนเองและครอบครัว… บอกตรงๆ ว่า รอบสองถ้าปล่อยให้เกิดขึ้น จะคุมลำบากมากกว่ารอบแรก และไทยเราอาจมีแรงสู้ไม่ไหว เพราะเราทุ่มไปมากกับรอบแรกนะครับ ตั้งการ์ดให้แข็ง และพร้อมเพรียงครับ!!”

ก่อนหน้านั้น รศ.นพ.ธีระ ได้โพสต์อีกว่า “วันนี้…มีแต่เลข 3… 1″3″ ล้าน…ณ วันที่ 1″3” ติดเชื้อใหม่ คนไทยกลับจากคูเวต กักตัวใน state quarantine ตรวจครั้งแรกไม่พบ แต่ตรวจครั้งที่ 2 พบว่าติดเชื้อ หลังจากอยู่ถึงวันที่ 12 ของการกักตัว…ตอกย้ำความสำคัญของการกักตัวเฝ้าสังเกตอาการและตรวจเป็นระยะในช่วงเวลา 14 วัน อีกคนกลับจากบาร์เรน มาถึงไทย มีไข้ ตรวจพบว่าติดเชื้อ ขอให้หายไวๆ ปลอดภัยทุกคน…

ที่สำคัญ…มีอีกราย เป็นคนต่างชาติจากทวีปแอฟริกา มาปฏิบัติการทางทหาร เดินทางจากปากีสถานมาไทย ไปจีนแล้วกลับมาไทยอีกครั้ง ทั้งสองครั้งแวะพักที่โรงแรมในจังหวัดระยองในช่วงวันที่ 8-11 กรกฎาคม ตรวจวันที่ 10 แต่ผลออกวันที่ 12 กรกฎาคมพบว่าติดเชื้อ…แต่เดินทางกลับไปก่อนแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ ข้อมูลแจ้งว่า ลูกเรือทุกนายมีรายละเอียดตรวจหา COVID-19 ผลไม่พบเชื้อ แต่ไม่มีวันเวลาในการตรวจ ดังนั้น…นี่น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญให้รัฐต้องขันน็อตกลไกการคัดกรอง กักตัว และติดตามให้เคร่งครัด เพราะมีโอกาสหลุดได้ หากเป็นหนึ่งใน 11 กลุ่มเป้าหมายที่เคยระบุไว้ให้เดินทางเข้ามาในประเทศได้ และสิ่งที่ต้องรีบทำคือ การสอบสวนโรคในโรงแรมที่พัก และกักตัวคนที่มีประวัติสัมผัสกับเฝ้าสังเกตอาการ 14 วัน และตรวจซ้ำเป็นระยะ เอาใจช่วยทุกคนครับ…ขอให้ปลอดภัย”



No comments:

Post a Comment